Iamjar's Blog

Just another WordPress.com weblog

คงจะดีถ้าโลกนี้มีแต่ซุปเปอร์แมน พฤษภาคม 16, 2010

Filed under: Uncategorized — iamjar @ 11:58

คงจะดีถ้าโลกนี้มีแต่ซุปเปอร์แมน



ดีใจที่ได้ดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง

ในวันที่โลกแห้งแล้งจากสิ่งที่เรียกว่าน้ำใจ การที่ได้เห็นการหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน
เป็นเรื่องที่น่ายินดี

A Man Who Was Superman ยัยตัวร้ายกับนายซูเปอร์แมน

เรื่องราวของนักข่าวสาว(จอน จีฮยอน)ที่ต้องถ่ายทำสารคดีของผู้ชายคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็น superman
และมีแร่คลิปโตไนท์ฝังอยู่ในหัว(ฮวาง จองมิน)

เขาออกไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้คนเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ เช่น เตือนผู้คนให้ทำดี ทิ้งขยะให้ถูกที่ ช่วยคนข้ามถนน ช่วยสัตว์ต่างๆ
และคิดว่าถ้าทำความดีมากๆ แร่คลิปโตไนท์ที่อยู่ในหัวจะหลุดออกมา

นักข่าวสาวมีหน้าที่ติดตามว่าในแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง
รวมถึงการจัดฉากเพื่อให้ได้ภาพอย่างที่เธอต้องการ
ถึงแม้กระทั่งแจ้งโรงพยาบาลโรคประสาทมาจับเขาเข้าโรงพยาบาล
เพื่อให้ได้ภาพอย่างที่ต้องการไปออกอากาศ

และเธอจึงได้รู้จักเขามากขึ้น และรู้ถึงสาเหตุของการเป็นซุปเปอร์แมน

เด็กคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ และฝันว่าจะบินได้เหมือนซุปเปอร์แมน
พ่อของเขาบอกว่า ถ้าเขาทำความดีมากๆ วันหนึ่งพ่อของเขาจะกลับมา
เมื่อโตขึ้น เขาสูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุรถยนต์
ในวันเกิดเหตุไม่มีใครสักคนที่ช่วยเหลือ เขาจึงสูญเสียครอบครัวไปกับความแล้งน้ำใจของคนในสังคม
เขาได้แต่คิดว่า คนเลวยัดคลิปโตไนท์ใส่หัวของคนเหล่านั้น
พวกเขาจึงลืมว่าเป็นใครและลืมไปหมดทุกอย่าง
เขาเองก็โดนยัดคลิปโตไนท์เข้าไปในหัว เขาจึงพยายามทำความดี
เพื่อที่จะได้ไม่ลืมว่าตัวเอง คือ ซุปเปอร์แมน
ทั้งที่มันคือกระสุนปืนที่เขาโดนยิงในตอนเด็ก
แน่นอนเขารอด ทั้งๆที่ลูกกระสุนนั้นยังฝังอยู่ในหัว

จากการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ซุปเปอร์แมนกลายเป็นคนธรรมดา
เธอจึงเริ่มเสียใจในสิ่งที่เธอทำ

วันสุดท้าย
เกิดอุบัติเหตุกลางถนนทำให้ตึกข้างๆโดนไฟไหม้ไปด้วย
เด็กผู้หญิงที่เชื่อว่าเขาเป็นซุปเปอร์แมนติดอยู่บนนั้น
ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
รอบตัวมีแต่ผู้คนยืนมุงดู
เขาตัดสินใจเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้น เพราะเขา คือ ซุปเปอร์แมน
ก่อนเข้าไปในกองไฟ เขายื่นกระเป๋าใบหนึ่งให้เธอ
และบอกว่าภาระกิจสุดท้ายอยู่ในนั้น
เธอพยายามห้ามและบอกว่าเขาไม่ใช่ซุปเปอร์แมน
และบอกว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้

แต่เขากลับบอกว่า

“อดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันถึงได้หลอกหลอนผมอยู่ทุกวัน
แต่อนาคตเปลี่ยนแปลงได้  ถ้าเราไม่ลืมว่าเราเป็นใคร”

จากการช่วยเหลือครั้งนั้น
เขาบาดเจ็บสาหัส สมองตาย และกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

เธอจึงเปิดกระเป๋าใบนั้นและพบว่า
ภาระกิจสุดท้ายของเขา คือ  การบริจาคอวัยวะ

หนังจบลงด้วยคำพูดของเธอที่ว่า
“ความแข็งแกร่งเปิดประตูเหล็กไม่ได้
กุญแจดอกเล็กๆต่างหากที่เปิดได้
เราทุกคนต่างมีกุญแจ
ที่จะเปิดประตูไปสู่อนาคตที่สดใส”

*******
ปัจจุบันโลกเราแห้งแล้งน้ำใจกันเกินไปหรือเปล่า
บนรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า ไม่มีที่นั่งสำหรับสตรีและคนชราแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะมีป้ายเขียนบอกอยู่ก็ตาม
นั่นเพราะเราต่างคิดกันว่าทุกคนเท่าเทียมกัน
เท่าเทียมกันเสียจนไม่มีใครแสดงน้ำใจต่อกัน
เมื่อขาดการรับก็ขาดการให้
การให้โดยการกระทำ หรือแม้แต่การกล่าวขอบคุณ หรือ ขอโทษในยามที่ทำผิด
โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักกัน  คงยากที่จะได้ยินเต็มที

เรา เคยขอบคุณคนที่กดลิฟท์ให้เราบ้างหรือเปล่า
เคยนั่งเบียดบนรถเมล์แถวยาวด้านหน้า เพื่อให้มีที่นั่งเพิ่มอีกที่บ้างไหม
เคยขอบคุณ รปภ.ที่คอยเปิดประตูให้หรือเปล่า
เดินชิดซ้ายบนฟุตบาทให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้มีที่ให้คนอื่นได้เดินบ้าง

การกระทำบางอย่างที่เป็นการแสดงน้ำใจ
ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำ
หากแต่พวกเรามองข้ามเรื่องเล็กๆนั้นไปต่างหาก
จนมันกลายเป็นความเคยชิน
ชินกับการไม่ได้รับ เลยชินกับการไม่ได้ให้

ลองเปลี่ยนมาชินกับการให้บ้างน่าจะดี
บางทีการที่เรายิ้มให้คนที่เราไม่รู้จัก
อาจจะทำให้เรามีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้น


 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.